พุธ. พ.ค. 22nd, 2019
อาร์เธอร์ แอช นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก

จงเป็นยอดนักเทนนิส

อาร์เธอร์ แอช มีทักษะการเล่นที่ดีขึ้นชัดเจนเมื่ออายุ 15 ปี และที่สำคัญคือเขาปรับทัศนคติตัวเองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เหตุผลมาจากหนังสือที่พ่อของเขาบังคับให้อ่าน เขาไม่ได้อ่านแค่เรื่องกีฬา แต่เขายังศึกษาประวัติศาสตร์, วัฒนธรรม และสารพัดหนังสือที่พ่อของเขายืมมาจากห้องสมุดชุมชนมาให้ “โลกของนักอ่านนั้นกว้างกว่าโลกของคนเขลา” คำพูดนี้พิสูจน์ได้ด้วยการมีตัวตนอยู่ในสังคมของแอช

สมัยนั้นแม้ว่าเขาจะเก่งแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะหาทางพิสูจน์ตัวเองได้ง่ายๆ เพราะเขาถูกห้ามลงเเข่งกับคนขาวในช่วงที่เรียนอยู่ในปี 1960 อีกทั้งยังไม่สามารถใช้สนามในร่มของเมืองที่ปิดกั้นไม่ให้ชาวแอฟริกัน-อเมริกันได้ใช้งานร่วมกันด้วย

ศาสตราจารย์ฮัดลิน ตอบกลับคำขอจากเพื่อนซี้ และเชื่อใจเต็มที่ว่าสิ่งที่ ดร.วอลเตอร์ แนะนำมาคือสิ่งที่เขาควรสนับสนุน เขาไม่เพียงแต่ย้ายที่เรียนให้อาร์เธอร์เท่านั้น แต่ยังให้ อาร์เธอร์ เเอช เข้ามากินอยู่กับครอบครัวของเขาเป็นระยะเวลา 1 ปี และยังเป็นคนวิ่งเต้นให้อาร์เธอร์ได้รับใบอนุญาตให้แข่งขันระดับ Interscholastic ซึ่งสามารถเป็นตัวแทนไปแข่งขันระหว่างสถาบันการศึกษาได้

อาร์เธอร์ แอช นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก-ep2

แต่การที่เป็นคนเด็ดเดี่ยวและเป็นนักเรียนที่น่าเอ็นดูแถมยังมีอนาคตไกลทำให้ ดร.วอลเตอร์ จัดการพูดคุยกับ ศาสตราจารย์ริชาร์ด ฮัดลิน จากเซนต์ หลุยส์ เพื่อให้นำอาร์เธอร์ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองนั้น ซึ่งเขาจะได้ลงเล่นเทนนิสอย่างเป็นอิสระมากขึ้น

อาร์เธอร์ตอบกลับความมั่นใจที่ผู้มีพระคุณมอบให้ เขาจัดการเอาชนะได้ทั้งหมด กลายเป็นผู้เล่นแอฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่ได้รับรางวัลเทนนิสระดับจูเนียร์ของอเมริกา และได้ต่อยอดด้วยการไปเรียนในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (UCLA) ซึ่งมีข้อแลกเปลี่ยนเล็กน้อยคือเขาต้องเข้ารับราชการเป็นทหารหลังศึกษาจบเพื่อแลกกับค่าเล่าเรียนที่รัฐเป็นคนออกให้

อาร์เธอร์ต้องผ่านการกรองหลายขั้นกว่าจะได้ลงเล่นในแกรนด์ แสลม อย่างยูเอส โอเพ่น ที่นิวยอร์ค เขายังติดพันธะกับกองทัพ จึงต้องมาแข่งในรายการนี้ในฐานะนาวิกโยธินคนหนึ่ง แต่ทำอย่างไรได้ เพราะทางเลือกมันมีแค่นั้น และเขาก็เลือกเส้นทางนี้มาด้วยตัวเองเเล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องลงเเข่งขันภายใต้ข้อจำกัดที่มี

อาร์เธอร์ แอช

หลังจากเรียนจบและฝึกปรือเทนนิสจนเก่งกาจ อาร์เธอร์ต้องทำตามสัญญา การเข้าไปอยู่ในกองทัพทำให้เขามีปัญหาในการเเข่งขันเทนนิสอยู่บ้าง เพราะเขาสามารถออกจากกองทัพได้เฉพาะตอนที่มีแข่งเท่านั้น และการมียศติดตัวทำให้เขาเป็นเพียงนักเทนนิสสมัครเล่นทั้งๆที่ฝีมือเกินเบอร์ไปมากโข

ปี 1968 เป็นปีที่ยูเอส โอเพ่น จัดเเข่งที่นิวยอร์ค นอกจากเรื่องของกีฬาเเล้ว ปี 1968 ถือเป็นปีประวัติศาสตร์ของการเมืองสหรัฐฯเมื่อ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ศาสตราจารย์นักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพโดนลอบสังหารที่โรงแรมในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี ตอนนั้นเขาคือผู้เดินหน้าปลุกให้คนผิวสีในอเมริกาลุกขึ้นเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม

ณ ตอนนั้น อาร์เธอร์เองก็ถูกชักชวนจากกลุ่มนักศึกษาแอฟริกัน-อเมริกัน ให้เข้าร่วมเดินขบวนและขับเคลื่อนการเรียกร้องนี้ด้วย แต่เขาทำเช่นนั้นไม่ได้ เพราะเขาสังกัดอยู่กับกองทัพ อีกทั้งน้องชายของเขาก็เป็นหนึ่งในทหารอาสาสมัครที่ไปรบในเวียดนามด้วย

“ผมมีความฝันว่าวันหนึ่ง ลูกเล็กๆทั้งสี่ของผมจะอาศัยอยู่ในชาติที่พวกเขาจะไม่ถูกตัดสินด้วยสีผิวของพวกเขา แต่ด้วยชื่อเสียงของสิ่งที่พวกเขากระทำ” นี่คือวลีอันเป็นตำนานจาก มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ที่มีประชาชนเชื้อสายแอฟริกันผู้สนับสนุนการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมเข้าร่วมชุมนุมกว่า 250,000 คน ณ เบื้องหน้าของรูปปั้นประธานาธิบดีอิบราฮัม ลินคอล์น ผู้ยกเลิกการซื้อขายทาสในอเมริกาที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ

“คุณสู้ในส่วนของคุณไป ส่วนผมจะสู้ในแนวทางของผมเอง” อาร์เธอร์พร้อมจะสู้ด้วยความยิ่งใหญ่ด้วยเทนนิส กีฬาที่มีจุดเริ่มต้นโดยเหล่าคนขาว ถ้าเขาเอาชนะและคว้าแชมป์ได้มันจะเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ เขาจะเป็นคนดัง และเสียงของเขาจะน่าฟังมากขึ้นแน่นอน

เขาไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะส่งข่าวให้ จอห์นนี่ น้องชายที่รบอยู่ในเวียดนามรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของพวกเขากำลังจะมาถึง…

อาร์เธอร์ แอช นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก-ep2

“ผมเดินไปในเต๊นท์ที่พักของแคมป์ ทุกคนกำลังดูเทปบันทึกการแข่งขัน NFL อยู่ แน่ล่ะพวกเขานั่งดูมันทั้งวันเลยตอนอยู่เวียดนาม” จอห์นนี่ แอช ในวัย 70 ปี เล่าย้อนถึงวันที่พี่ชายเข้าชิงยูเอส โอเพ่น เมื่อปี 1968

ทุกคนนั่งดูเกมระหว่าง อาร์เธอร์ ที่ชิงกับ ทอม อ็อกเคอร์ นักหวดจากเนเธอร์แลนด์ พวกเขาเริ่มสนุกกับการดูเทนนิสมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความเร็วของอาร์เธอร์และทักษะการตีลูกนั้นเฉียบขาดเสียจนผู้ท้าชิงไปไม่เป็น กลุ่มทหารอเมริกันเริ่มเห็นอาร์เธอร์ชัดขึ้นและสังเกตว่าหน้าของเขาเหมือนกับ จอห์นนี่ ชายที่บอกให้เปิดเทนนิสดู “เฮ้ย! พวก! แกเป็นญาติเขาเหรอ?” พวกเขาถามก่อนที่ จอห์นนี่ จะตอบว่า “เออ.. นั่นล่ะพี่ชายข้าเอง”

“ผมบอกคนที่นั่งดูว่า เฮ้ย! พวก! ฉันอยากจะดูเทนนิสว่ะ พวกเขางงเต๊กเลยถามหาต้นตอของเสียง มีคนตะโกนมาว่า ไหนใครบอกจะดูเทนนิสวะ? ผมก็เลยบอกว่า เออ! ผมเองนี่แหละ”

อาร์เธอร์ แอช สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเทนนิสแอฟริกัน-อเมริกัน คนแรกที่คว้าแชมป์แกรนด์ สแลม รายการ ยูเอสโอเพ่น คำกดดัน, การเหยียดหยาม ที่แบกมาตั้งแต่ 7 ขวบ พังทลายลงด้วยความพยายามและจิตใจที่มุ่งมั่น ณ ตอนนี้คือหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการเทนนิสเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

อาร์เธอร์ แอช นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก-ep2

“การเหยียดเชื้อชาติไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างที่ทำให้คุณเลือกที่จะไม่พยายามทำให้ดีที่สุด”

ทุกอย่างใน ยูเอส โอเพ่น เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการประสบความสำเร็จของการเป็นนักเทนนิส เขาเดินหน้าคว้าแชมป์แกรนด์สแลมได้อีก 2 รายการ คือ ออสเตรเลียน โอเพ่น (1970) และ วิมเบิลดัน (1975)

“ผมไม่สนว่าคุณจะเป็นใคร คุณจะเหนื่อยหอบ คุณจะขาอ่อนจนก้าวไม่ไหว จงตีบอลให้โดนซะ และตีมันให้ใกล้กับเส้นออกแค่ไม่กี่นิ้วภายในสนามที่ใหญ่โตนี้” นี่คือขุมพลังที่ติดอยู่กับตัวเขามาตลอดนับตั้งแต่วันที่เริ่มจับแร็คเก็ต

ชื่อเสียงและเกียรติประวัติที่ได้ ทำให้เขาบรรลุสิ่งที่เขาต้องการนั่นคือเสียงของเขาจะมีความหมาย และเมื่อเขามาถึงจุดสูงสุดแล้วก็ถึงเวลาที่เขาต้องมอบบทเรียนให้กับคนรุ่นหลังว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้างในวันที่บ้านเมืองไม่ได้ให้สิทธิของประชาชนเทียบเท่ากัน

“ผมไม่ได้อยากจะถูกจดจำด้านการเป็นนักกีฬาเทนนิส ความสำเร็จเปรียบเหมือนกับการเดินทางไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แท้จริงแล้วการกระทำต่างหากที่สำคัญกว่าผลลัพธ์ที่เราได้”

อาร์เธอร์ แอช

ฝาแฝดโอบาม่า

หลังจากคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่น ในปี 1968 สำเร็จสิ่งแรกที่อาร์เธอร์ทำคือการโทรข้ามประเทศมาหาจอห์นนี่ คำแรกที่เขาบอกน้องชายคือ “พี่ทำได้เเล้ว ฉันคือผู้ชนะ และจากนี้ทุกคนจะฟังฉัน”

อย่างที่เคยได้กล่าวไว้ในข้างต้น อาร์เธอร์อ่านหนังสือทั้งชีวิตมาไม่ใช่น้อยๆ เขารู้ดีว่าเเม้เสียงของตนจะเป็นเสียงที่ทรงพลัง แต่เมื่อนำไปใช้ผิดที่ผิดทาง เมื่อนั้นต่อให้ทรงพลังก็ไม่มีประโยชน์

“เขาไม่เคยก่อกวนใคร เขาไม่ได้ตะโกนไม่ได้ขู่เข็ญด้วยความโกรธเกรี้ยว เพราะเขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำให้ในสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อโลกที่กว้างขึ้น” เรย์ อาร์เซนัลต์ นักเขียนผู้รับหน้าที่เขียนชีวประวัติของอาร์เธอร์กล่าว

จอห์นนี่ แอช รู้ทันทีว่าพี่ชายเขาพูดมาแบบนี้แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป “ตอนนั้นผมรู้เลยว่ามีเสียงหนึ่งดังอยู่ในหัวของเขา เขาอยากจะมีบทบาทและใช้เสียงของตัวเองสร้างความแตกต่างให้กับโลกใบนี้”

อาร์เธอร์ แอช

สิ่งที่ อาร์เธอร์ แอช มอบคืนกลับสู่สังคม คือการปลุกให้ทุกคนจงจัดการกับภาระและหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และจงทำมันด้วยศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เรื่องทั้งหมดนี้คือบทเรียนที่เขาเคยได้รับจากพ่อว่าจงเป็นคนเก่งและคนดีของสังคม ซึ่งในวันนี้เขามาถึงจุดมุ่งหมายเเล้ว

เขาเริ่มก่อตั้งโครงการ National Junior Tennis & Learning ในปี 1969 ซึ่งเป็นโครงการระดับท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนได้มีทางการเลือกในการใช้ชีวิตเหมือนกับเขา และโครงการดังกล่าวได้ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยการได้เงินสนับสนุนจาก USTA หรือสมาคมกีฬาเทนนิสแห่งสหรัฐอเมริกา

“สิ่งที่เราได้รับทำให้เราอยู่รอด แต่สิ่งที่เราให้จะเป็นการมอบชีวิตใหม่” อาร์เธอร์ แอช กล่าวหลังจากตั้งมั่นว่าจะต้องตอบแทนสังคมนับตั้งแต่วันนั้น

อาร์เธอร์ แอช นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก-ep2

เขาช่วยสนับสนุนเรื่องการศึกษาและกีฬาให้กับนักกีฬาแอฟริกัน-อเมริกัน หลายคน อาทิ ร็อดนี่ย์ ฮาร์มอน ชายผู้เติบโตจากอีกฝั่งถนนตรงข้ามกับบ้านของอาร์เธอร์ ที่ได้รับการศึกษาเป็นจำนวน 1,000 เหรียญเพื่อให้ได้เข้าเรียน และฝึกเทนนิส ก่อนที่ฮาร์มอนได้รับทุนการศึกษาจาก นิค บอลเล็ตติเอรี่ อคาเดมี่ ตอนอายุ 17 ซึ่งทำให้เขาพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นคู่หูของอาร์เธอร์ในการแข่งขันประเภทคู่ในศึก เดวิส คัพ อีกด้วย

เขาทำในสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้มาโดยตลอด โดยเฉพาะเรื่องการมอบโอกาสและความเท่าเทียมในสังคม จอห์นนี่ น้องชายของเขาเชื่อว่าหากอาร์เธอร์ได้เห็นว่า บารัค โอบาม่า เอาชนะการเลือกตั้งและเป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของอเมริกา เขาคงต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน

“คำแนะนำที่อาร์เธอร์บอกกับผมและมันยอดเยี่ยมที่สุดคือ จงคิดให้ดีก่อนที่จะพูด และจงพูดให้ผู้ฟังได้ยินทั้งจากหูและหัวใจ” ฮาร์มอนกล่าวถึงชายผู้มีพระคุณ

“บ้านของเรามักพูดถึงอาร์เธอร์ ว่าเหมือนกันกับโอบาม่า ทั้งสองคนเหมือนกันมาก มีมารยาท มีอารมณ์ขัน และทั้งสองคนรู้วิธีต่อสู้ด้วยเส้นทางของตัวเอง”

ผู้ขอไม่รับคำยกย่อง “อาร์เธอร์ แอช” นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก..(ตอน1)

ผู้ขอไม่รับคำยกย่อง “อาร์เธอร์ แอช” นักเทนนิสผิวสีแชมป์แกรนด์สแลมคนแรก..(ตอน3)

ที่มา: sanook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Magazine 7 Author

Magazine 7 Author Subtitle

Magazine 7

Minimal Mag: Minimalist Magazine Theme