อังคาร. พ.ย. 12th, 2019
steel bar

ราคาของเหล็กเส้นและประเภทของเหล็กเส้นเป็นอย่างไร

เหล็กเส้น หรือ เหล็กเสริม สำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็กและงานก่ออิฐทั่วไป โดยใช้ในการเพิ่มความสามารถในการรับแรงกับโครงสร้างเพื่อให้โครงสร้าเหล่านั้นแข็งแรงขึ้นนั้นเอง เพราะเหตุนี้ เราจึงควรที่จะรู้ว่าราคาเหล็กเส้นพวกนี้นั้นมีประเภทของเหล็กที่แตกต่างกันไปจะได้รู้ว่าเราควรจะใช้เหล็กประเภทไหนในโครงสร้างนี้แล้ววันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับประเภทและราคาเหล็กเส้นกันว่าเป็นอย่างไร

เรามาเริ่มในเรื่องของราคากันก่อนว่าในแต่ละที่จะมีราคาที่แตกต่างกันไปนั้นเอง ลองดูกันสิว่าจะเป็นอย่างไร

ราคาเหล็กเส้นในแต่ละภาค

ราคา เหล็กเส้นกลม กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล

ขนาด               ราคา (ต่อหน่วย)

  • RB6            93
  • RB9          114
  • RB12         182
  • RB15         141
  • RB16         196
  • RB19         474
  • RB20         508
  • RB25         808
  • RB28         996

ราคา เหล็กเส้นกลม ภาคกลาง

ขนาด              ราคา (ต่อหน่วย)

  • RB6          57
  • RB9          669
  • RB12         535
  • RB15         1,387
  • RB19         496

ราคา เหล็กเส้นกลม ภาคตะวันออก

ขนาด              ราคา (ต่อหน่วย)

  • RB6          58
  • RB9          177
  • RB12         199
  • RB15         362
  • RB19         400
  • RB25         833

ราคา เหล็กเส้นกลม ภาคอีสาน

ขนาด             ราคา (ต่อหน่วย)

  • RB6         149
  • RB8         91
  • RB9         189
  • RB12         206
  • RB15         293
  • RB16         321
  • RB19         455
  • RB20         483
  • RB25         925

ราคา เหล็กเส้นกลม ภาคเหนือ

ขนาด              ราคา (ต่อหน่วย)

  • RB6            55
  • RB9         138
  • RB10         52
  • RB12         194
  • RB15         141
  • RB16         380
  • RB19         516

ราคา เหล็กเส้นกลม ภาคใต้

ขนาด             ราคา (ต่อหน่วย)

  • RB6          124
  • RB8          96
  • RB12         184
  • RB15         330
  • RB19         550
  • RB20         580
  • RB22         513
  • RB25         933

โดยปกติจะแบ่งเหล็กเสริมเป็นสองประเภท ดังนี้

เหล็กกลมผิวเรียบ SR24 มีกำลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 2400 ksc.(กก./ตร.ซม.) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดต่างๆ เช่น RB6 (หมายถึง Round Bar ขนาด ศก.6 มม.), RB9, RB12, RB15, RB19, RB25 เนื่องจากผิวเหล็กที่มีลักษณะกลมเรียบจึงทำให้แรงยึดเหนี่ยวระหว่างเหล็กกับคอนกรีตไม่ดีจึงต้องมีการงอขอเพื่อที่จะสามารถถ่ายแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพในการทำโครงสร้างของตัวบ้านหรือตึก

เหล็กเส้นกลม คือ เหล็กเส้นสำหรับงานก่อสร้าง หรือเรียกสั้นๆว่า RB ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม มอก.28/2529,32/2532 ชั้นคุณภาพของเหล็กประเภทนี้คือ SR24 ที่เป็นที่รู้จักและนิยมใช้คือ เหล็ก บลส. บกส. TSC และ NS

RB6 (เหล็กเส้นกลม 2 หุน) ใช้สำหรับงานก่อสร้างที่รับแรงไม่มาก นิยมใช้ทำปอกเสา และปอกคาน

RB9 (เหล็กเส้นกลม 3 หุน) ใช้สำหรับงานก่อสร้างที่รับแรงไม่มาก คล้ายกับเหล็กเส้นกลม 2 หุน

RB12 (เหล็กเส้นกลม 4 หุน) ใช้สำหรับงานก่อสร้างทั่วไป แต่ไม่เน้นงานยึดเกาะ เพราะเหล็กมีลักษณะเรียบมน ทำให้ยึดเกาะปูนไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนมากนิยมใช้กับงานกลึง เช่น งานกลึงหัวน๊อตต่างๆ

RB19  ใช้สำหรับงานทำถนน

RB25 ใช้ทำเป็นเหล็กสตัท เกรียวเร่ง สำหรับงานยึดโครงป้ายขนาดใหญ่สามารถรับแรง และน้ำหนักได้ดี

ข้อพิจารณาเมื่อเลือกซื้อเหล็กเส้นกลม

  • ผิวของเหล็กต้องเรียบ เกลี้ยง ไม่มีลูกคลื่น ไม่มีปีก ไม่มีรอยแตก หน้าตัดต้องกลม ไม่เบี้ยว
  • เส้นผ่าศูนย์กลางและน้ำหนักต้องถูกต้อง เช่น SR24 ขนาด 9 มม. เมื่อวัดเส้นผ่าศูนย์กลางต้องได้ 9 มม. น้ำหนักต้องได้ 0.499 กก./ 1 เมตร ความยาวทั้งเส้นตามมาตรฐานต้องยาว 10 เมตร เป็นต้น
  • เมื่อดัดโค้งงอต้องไม่ปริแตกและหักง่าย
  • เหล็กต้องไม่เป็นสนิมกินเข้าไปในเนื้อเหล็ก แต่หากเป็นสนิมบ้างบนผิวเหล็ก อาจเป็นเรื่องของสภาพอากาศของเมืองไทย ไม่ต้องกังวล

ลักษณะการใช้งานเหล็กเส้นกลม

  • ใช้สำหรับการก่อสร้างที่รับแรงไม่มากนัก
  • ใช้ทำปลอกเสา
  • ใช้ทำปลอกคาน
  • ไม่นิยมสำหรับงานยึดเกาะเช่นปูน เพราะเหล็กมีผิวเรียบมน ไม่เหมาะกับงานยึดเกาะ

เหล็กข้ออ้อย SD30, SD40, SD50 มีกำลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 3000, 4000, 5000 ksc.ตามลำดับ โดยปกติจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง เช่น DB10(หาในตลาดทั่วไปยาก), DB12(หมายถึง Deformed Bar ขนาด ศก.12มม.), DB16, DB20, DB25, DB28, DB32 ผิวของเหล็กเส้นจะมีลักษณะเป็นปล้องเพื่อเพิ่มแรงยึดเหนี่ยวให้เหล็กกับคอนกรีตมากขึ้น

เหล็กเส้นข้ออ้อย

คือเหล็กเส้นกลมที่มีบั้ง และอาจมีครีบ ผิวของเหล็กเส้นจะมีลักษณะเป็นปล้องๆอยู่ตลอดเส้น เพื่อเสริมกำลังยึดเกาะให้เหล็กกับคอนกรีตมากขึ้น มีหลายชนิด แตกต่างกันที่ส่วนผสมของเนื้อเหล็ก โดยมีส่วนประกอบทางเคมีที่ต่างกัน เช่น เหล็กข้ออ้อย SD30, SD40, SD50

มีกำลังรับแรงดึงที่จุดครากไม่น้อยกว่า 3000, 4000, 5000 ksc.ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าเหล็กข้ออ้อยจะรับแรงได้มากกว่าเหล็กเส้นกลมเรียบ

และจะให้ผลที่ดีต่อการรับน้ำหนักมากกว่า การเลือกใช้ชนิดของเหล็กเส้นข้ออ้อย SD30, SD40, และ SD50 ขึ้นอยู่กับชนิดของโครงสร้างเป็นสำคัญ

ลักษณะของเหล็กเส้นข้ออ้อยที่ดี ต้องมีระยะบั้งที่เท่ากันและสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น ไม่มีสนิมรอยตำหนิ ไม่มีรอยปริและแตกร้าว

ในปัจจุบันการก่อสร้างนิยมใช้เหล็กข้ออ้อยมากกว่าเหล็กเส้นกลม เพราะมีคุณภาพสูงกว่า ทั้งด้านแรงดึงที่จุดคราก และแรงยึดเกาะคอนกรีต

นอกจากนี้สัดส่วนการใช้เหล็ก SD50 แล SD40 ยังเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า SD30 อีกด้วย

เนื่องจากในการก่อสร้างการใช้วัสดุที่เหมาะสมช่วยหลีกเลี่ยงการยุบตัวของสิ่งก่อสร้าง

ความล้มเหลวของการก่อสร้างและสามารถทน ต่อแรงแผ่นดินไหว ดังนั้นการใช้เหล็กที่มีคุณภาพจะได้เปรียบกว่า

การใช้จ่ายเงินจำนวนมากในการฟื้นฟูบูรณะในระยะต่อมาเมื่ออาคารมีการยุบ

การเลือกใช้ชนิดของเหล็กเส้นข้ออ้อย SD30, SD40, และ SD50 ขึ้นอยู่กับชนิดของโครงสร้างเป็นสำคัญ ลักษณะของเหล็กเส้นข้ออ้อยที่ดี ต้องมีระยะบั้งที่เท่ากันและสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น ไม่มีสนิมรอยตำหนิ ไม่มีรอยปริและแตกร้าว ชนิดและความแตกต่างของเหล็กเส้น</ref> ความยาวโดยปกติที่ขายกันในท้องตลาด คือ 10 ม. แต่อาจจะสั่งพิเศษ เช่น 12 ม. หรือมากกว่านั้นก็ต้องสั่งทำพิเศษ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Magazine 7 Author

Magazine 7 Author Subtitle

Magazine 7

Minimal Mag: Minimalist Magazine Theme