พุธ. ก.ย. 18th, 2019
execise 08

สุขภาพดี เพียงแค่แกว่งแขน กับ 4 ความเชื่อผิดๆในการออกกำลังกาย

ไม่น่าเชือว่าเรื่องง่ายๆ แบบแค่การ แกว่งแขน ก็สามารถทำให้สุขภาพของเราดีขึ้นได้ แต่มันเป็นเรื่องจริง เพราะอะไรนะหรือ ก็เพราะว่าตรงใต้หัวไหล่ของคนเรานั้น หรือที่เราเรียกกันว่า รักแร้ คือ ชุมทางของต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ และอีกจุดหนึ่งที่มีต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ด้วยเช่นกันก็คือ บริเวณโคนขาหนีบ

การขยับหัวไหล่และรักแร้ หรือการแกว่งแขน หรือการว่ายน้ำที่มีทั้งการขยับหัวไหล่และขาหนีบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการออกกำลังให้ต่อมน้ำเหลืองขยับ เพื่อเพิ่มการไหลเวียนน้ำเหลืองให้ขับของเสียต่างๆ ออกไปไม่ให้สะสมอยู่ในร่ายกาย และยังถือเป็นการช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนที่ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งระบบน้ำเหลืองนั้น มีหน้าที่ช่วยขนถ่ายของเสียที่สะสมเป็นพิษในร่างกาย ออกไปกำจัดยังอวัยวะที่รับผิดชอบและขับออกไปจากร่างกาย และยังช่วยสร้างเม็ดเลือดขาว แอนตี้บอดี้ของระบบภูมิคุ้มกัน

ระบบของน้ำเหลืองนั้นไม่สามารถที่จะสร้างแรงดันได้เหมือนกับเลือดที่มีหัวใจคอยปั้มให้เลือดสูบฉีดได้ ดังนั้นการกระตุ้นให้น้ำเหลืองไหลเวียนดีขึ้น สามารถทำได้ด้วยการขยับกล้ามเนื้อ อาจจะโดยการแกว่งแขน การกระโดด การเต้น และการว่ายน้ำ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองได้ดีทีเดียว ใครก็ตามที่มักมีอาการ ผิวซีด ซูบซีด หลงๆ ลืมๆ ติดเชื้อบ่อยๆ เป็นหวัดเจ็บคอเสมอ มีเซลลูไลท์เพิ่มมากขึ้น ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า ระบบน้ำเหลืองติดขัด ซึ่งจะทำให้มีของเสียสะสมในร่างการนั้นเอง แต่อย่าปล่อยเอาไว้นานนะครับ เพราะมันจะเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนัั้นเอง

“เราควรออกกำลังกาย โดย การแกว่งแขนอย่างน้อยวันละ 20-30 นาที นะจะบอกให้”

การออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์มากมาย และคนรุ่นใหม่ก็หันมาใส่ใจการออกกำลังกายกันมากขึ้น เพื่อให้ได้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และรูปร่างที่ดี แต่ในขณะที่บางคนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเพราะเหตุผลที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ชมรมนักเพาะกาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาเตือนว่าหลายคนมีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการออกกำลังกาย ดังนี้

1. การออกกำลังกายจะทำให้รับประทานอาหารมากขึ้นจะส่งผลให้อ้วนมากขึ้น

ความจริง : เนื่องจากการออกกำลังกายมากก็จะเหนื่อยมาก จึงมีผลให้รับประทานอาหารได้มากขึ้น คนอ้วนจึงไม่ค่อยกล้าออกกำลังกาย แต่จริงๆแล้วกลุ่มคนที่ต้องใช้แรงมาก ทำงานหนักหรือออกกำลังกายหนักมากติดต่อกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมง จะต้องรับประทานอาหารมากกว่าปกติแต่ไม่อ้วนเพราะไม่มีไขมันสะสมในร่างกาย ส่วนกลุ่มที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพโดยทั่วไปนั้น การใช้พลังงานอยู่ในระดับปานกลาง จึงไม่ส่งผลให้รับประทานอาหารมากเกินความต้องการจนเกิดไขมันสะสมในร่างกาย

2. เมื่อเหนื่อยจากการทำงานแล้วไม่ต้องออกกำลังกายอีก

ความจริง : หลายคนเชื่อว่าทำงานนั่งโต๊ะทั้งวันถ้าไปออกกำลังกายอีกจะทำให้ร่างกายทรุด โทรมเร็วขึ้น เพราะแม้ร่างกายไม่เหนื่อยแต่สมองก็ล้าจากการงาน จึงไม่ไปออกกำลังกาย เรื่องนี้ถือเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะการออกกำลังกายสามารถช่วยลดความตึงเครียดได้

3. การออกกำลังกายทำให้ร่างกายอ่อนเพลียและปวดเมื่อย

ความจริง : อาการอ่อนเพลียหรือปวดเมื่อยตามร่างกายหลังการออกกำลังกาย มักจะเกิดกับผู้ที่เริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงระยะที่ร่างกายมีการปรับตัว แต่ถ้าผ่านไปสักระยะหนึ่งอาการดังกล่าวจะค่อยๆ หายไปและมีอาการสดชื่นกระฉับกระเฉงหลังการออกกำลังกาย แต่ก็ต้องจัดระยะเวลาและความหนักของการออกกำลังกายให้พอเหมาะกับความสามารถ ของร่างกาย

4. หายใจทางปาก เมื่อเหนื่อย

ความจริง : เมื่อร่างกายมีอาการเหน็ดเหนื่อยจากการออกกำลังกายมาค่อนข้างหนัก การหายใจทางจมูกอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่จึงใช้การหายใจทางปากช่วย ซึ่งอาจทำให้อากาศเข้าสู่ปอดโดยไม่ได้ผ่านการกรองเหมือนทางจมูก จึงทำให้รู้สึกคอแห้งและระคายเคืองที่คอ รวมถึงเสี่ยงติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ดังนั้นหากต้องการหายใจทางปาก ควรทำเมื่อหายใจไม่ออกเท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Magazine 7 Author

Magazine 7 Author Subtitle

Magazine 7

Minimal Mag: Minimalist Magazine Theme